เกี่ยวกับเรา

วินฟาร์ม พื้นที่เรียนรู้ของครอบครัว ที่เติบโตไปพร้อมอาหาร ความรู้ และความสุขของทุกคน

winfarm

ก่อนจะเป็น Win Farm ผืนดิน 10 ไร่ที่นี่ของเราเคยเป็นทั้งทุ่งนา โรงสีข้าวขนาดเล็กสำหรับชุมชน โกดังเก็บสินค้า และพื้นที่พักผ่อนของครอบครัว ในวาระที่ Win Cosmetics อายุครบ 30 ปี พร้อมไปกับการเปิดสาขาใหม่ในชุมชนป่าเหมือด อำเภอสันทราย ที่เป็นเหมือนการกลับสู่ “บ้านหลังแรก” อันเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจ เราตั้งใจส่งมอบผืนดินผืนนี้ให้แก่ชุมชนและคนเชียงใหม่ ในฐานะฟาร์มเกษตรที่ “เพาะปลูก” องค์ความรู้ด้านอาหารปลอดภัย กิจกรรมสร้างสรรค์ และความสุขของผู้คน ให้งอกงามไปพร้อมกัน

winfarm 2

จากมรดกครอบครัวสู่พื้นที่แห่งรอยยิ้มของชุมชน

แม้หลายคนจะรู้จักเราจากการเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจร้านขายเครื่องสำอางครบวงจรแห่งแรกในภาคเหนือ ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ที่ในตลาดวโรรสใจกลางเมืองเชียงใหม่ แต่แท้จริงแล้ว ต้นกำเนิดของ Win Cosmetics มาจากชุมชนเล็กๆ ในอำเภอสันทรายอย่าง “บ้านป่าเหมือด” อันเป็นบ้านเกิดของคุณพ่อยงยุทธ จาวลา นักธุรกิจชาวไทยเชื้อสายอินเดีย ผู้ที่ต่อมาได้ร่วมกับคู่ชีวิต คุณแม่กำเรด จาวลา ก่อตั้งธุรกิจที่ทำให้เราได้รู้จักกัน

นั่นคือเรื่องราวเกือบ 50 ปีที่แล้ว ที่พ่อยงยุทธเปิด “ร้านอโศก” ร้านจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภคครบวงจรในระดับห้างสรรพสินค้าย่อมๆ ในตลาดป่าเหมือด อำเภอสันทราย ก่อนจะได้รับที่ดินตกทอดมาจากคุณปู่ อันเป็นที่นาขนาด 10 ไร่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านค้าผืนนี้

พ่อยงยุทธได้แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งให้เป็นทางสาธารณะ เพื่อให้คนในชุมชนสัญจรได้สะดวกขึ้น จากนั้นก็ปลูกสร้างอาคารไว้เป็นโกดังเก็บสินค้า และเมื่อเห็นว่าเกษตรกรรอบบ้านต้องแบกรับภาระค่าขนส่งเมล็ดข้าวไปสีไกล เขาจึงสร้างโรงสีขนาดย่อมให้ชุมชนใช้ร่วมกัน เป็นทั้งความเอื้อเฟื้อและวิถีดูแลกันอย่างเรียบง่ายของคนรุ่นก่อน

winfarm 3

จุดเริ่มต้นของ Win Farm

ภายหลังพ่อยงยุทธและแม่กำเรดก่อตั้ง Win Cosmetics ร้านเครื่องสำอางครบวงจรเจ้าแรกของภาคเหนือเมื่อปี พ.ศ. 2538 และส่งต่อกิจการให้ทายาท—กฤษฎา จาวลา และอามิตร จาวลา—ซึ่งร่วมกันต่อยอดจนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ความงามที่ครองใจสาวๆ เชียงใหม่และภาคเหนือมายาวนาน อามิตรและภรรยา (ชื่อ–นามสกุลภรรยา) ก็เริ่มมองที่ดินผืนเดิมในชุมชนป่าเหมือดด้วยสายตาใหม่ ซึ่งสอดพ้องไปกับความตั้งใจเดิมของพ่อยงยุทธในการสร้าง “พื้นที่แห่งการแบ่งปันร่วมกัน”

เริ่มต้นด้วยการทดลองปลูกกล้วยในพื้นที่นี้ด้วยตัวเอง และพบปัญหาร่วมที่เกษตรกรรายย่อยต้องเผชิญจากตลาดพ่อค้าคนกลางมาอย่างยาวนาน อามิตรก็เริ่มมองพื้นที่นี้ในมิติที่ลึกซึ้งกว่าเดิม—พื้นที่การเกษตรที่ปฏิเสธการแข่งขัน แต่เอื้อให้ทุกคนได้เติบโตไปด้วยกัน พร้อมกันนั้นเขายังได้เสริมแนวคิด “เกษตรปลอดภัย” เพื่อความยั่งยืนต่อทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค และผืนดิน ลงไปในทุกกระบวนการของพื้นที่นับจากนั้น

จากสวนกล้วย ฟาร์มแห่งนี้ก็เริ่มต้อนรับสมาชิกใหม่อย่างโกโก้ แปลงผักสลัด สวนผักพื้นบ้าน และสวนผลไม้ตามฤดูกาลที่ปลูกจริง-ขายจริงผ่านร้านสาขาของ Win Cosmetics ทั้งยังมีการปรับปรุงพื้นที่ให้กลายเป็นสวนสำหรับการพักผ่อน ขุดบ่อน้ำ สร้างอาคารที่พักขนาดกะทัดรัดซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียน และภายหลังจากการทดลองและเรียนรู้อยู่นาน Win Farm ก็พร้อมต้อนรับทุกคน

winfarm 4

เพาะปลูกอาหาร ฟูมฟักความสุข

จากผืนดินที่อามิตรเคยวิ่งเล่นตอนเด็กๆ และส่งต่อมาสู่สนามเด็กเล่นของลูกๆ ของเขา ปัจจุบัน Win Farm ร่มรื่นไปด้วยไม้ผลนานาพันธุ์ ทั้งโกโก้ กล้วยหอม มะละกอ มะม่วง ส้มโอ องุ่น กระท้อน เกาลัด มะดัน มะม่วงหิมพานต์ ทับทิมอินเดีย อ้อย และผลิตผลอื่นๆ หมุนเวียนในทุกฤดูกาล พร้อมฟาร์มปศุสัตว์ขนาดย่อม รวมถึงเป็นที่ตั้งของธุรกิจขนาดย่อม 3 แห่งที่เปลี่ยนผลผลิตในพื้นที่เป็นอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ Martin Pizza ร้านพิซซ่าโฮมเมดบรรยากาศอบอุ่น Jazzmine Cafe คาเฟ่ในฟาร์มสุดชิล และ Arthin Flower Home ร้านจำหน่ายไม้กระถางราคาย่อมเยาที่ล้วนงอกงามจากดินผืนเดียวกัน นอกจากนี้ ที่นี่ยังทำหน้าที่เป็น Community Space สำหรับจัดเวิร์กช็อป นิทรรศการ ไปจนถึงการทำตลาดสร้างสรรค์ พร้อมเชื่อมโยงให้สถานศึกษา หรือกลุ่มบุคคลเข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความสุขร่วมกัน

“ผมมองว่าที่นี่เป็นพื้นที่แบ่งปันและส่งต่อ จากที่ผมบุกเบิกที่ดินร่วมกับชุมชน ก่อนจะส่งต่อแก่ลูกหลานในปัจจุบัน หัวใจเดิมของพื้นที่นี้ก็ยังคงอยู่ มันคือการส่งต่อพื้นที่ที่เคยสร้างรอยยิ้มในครอบครัวของเรา สู่พื้นที่แบ่งปันความสุขและแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกับชุมชน นี่คือ Win Farm ของพวกเราและของทุกคนในทุกวันนี้” คุณพ่อยงยุทธ จาวลา กล่าว